ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน

ประวัติโรงเรียน

โรงเรียนประชาสงเคราะห์ ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ตำบลโคกขี้หนอน อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ 15 ไร่ จัดตั้งเมื่อปี 2484 โดย ฯพณฯแจง เกิดสว่าง เจ้าอาวาสวัดหัวไผ่ในขณะนั้น โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนราษฎร์นักบุญฟิลิปและยากอบเปิดทำการสอนตั้งแต่ ชั้น ป. 1 - . 3

ปีการศึกษา 2488 ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น ประชาสงเคราะห์ 1 (แผนกประถม)” มีนายเกษร ทองเหลือง เป็นครูใหญ่ และ ประชาสงเคราะห์ 2 (แผนกมัธยม)” มีนายเพิ่ม ศรีวิจารณ์ เป็นครูใหญ่ บาทหลวงสนิท วรศิลป์ เป็นผู้จัดการ ฯพณฯแจง เกิดสว่าง เป็นเจ้าของ เปิดทำการสอนตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 14.30 น. สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หยุดเรียนปกติ วันอาทิตย์ ค่าเล่าเรียน ชั้นประถมศึกษาปีละ 15 บาท ชั้นมัธยมศึกษาปีละ 30 บาท ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงเวลาเรียนเป็น 08.45 น. ถึง 15.10 น.

ปีการศึกษา 2490 นายประเชิญ สิงหเสนี เป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ 2 (แผนกมัธยม) แทนนายเพิ่ม ศรีวิจารณ์ ซึ่งขอลาออก

ปีการศึกษา 2492 นายสุเจตน์ แซ่ตั๊น เป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ 2 (แผนกมัธยม) แทน      นายประเชิญ สิงหเสนี ที่ขอลาออก

ปีการศึกษา 2494 นายเจริญ ยุ่นประยงค์ เป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ (แผนกมัธยม) แทน    นายสุเจตน์ แซ่ตั๊น ที่ขอลาออกอีก

ปีการศึกษา 2495 บาทหลวงสนิท วรศิลป์ เจ้าของและผู้จัดการ ได้ขออนุญาตรวมทั้งสองโรงเรียน        เข้าด้วยกัน โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนประชาสงเคราะห์

เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทางโรงเรียนได้สร้างอาคารเพิ่มอีกหนึ่งหลังขนาด 42 X 10 เมตร รับนักเรียนทั้งอยู่ประจำและไปกลับรับนักเรียนทั้งชายและหญิง มีนายเจริญ ยุ่นประยงค์ เป็นครูใหญ่แต่ผู้เดียว ชั้นประถมศึกษาตอนต้นใช้หลักสูตรเทียบ เก็บค่าเล่าเรียนใหม่คือ ชั้นประถมศึกษาตอนต้นเก็บปีละ 50 บาท  ชั้นมัธยมศึกษาเก็บปีละ 100 บาท

ปีการศึกษา 2496 ได้ ได้ขยายและปรับปรุงกิจการต่างๆ หลายด้านพร้อมทั้งยื่นเรื่องขอรับรองวิทยฐานะ

ปีการศึกษา 2497 สร้างอาคารชั้นประถมอีก 1 หลัง ขนาด 15 X 5 เมตร ขยายสนามและปรับปรุงสนามให้ดีขึ้น เก็บค่าเล่าเรียนประถมศึกษาตอนต้น 90 บาท ต่อปี ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 120 บาท ต่อปี

ปีการศึกษา 2498 บาทหลวงบุญชู ระงับพิษ รับหน้าที่แทนบาทหลวงสนิท วรศิลป์ ปีนี้เองที่โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนประเภทจ้างครูช่วยสอน ป.. 1 คน และ ป.. 3 คน

ปีการศึกษา 2499 ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงเวลาทำการสอนเป็น 08.30 น. ถึง 15.30 น. ได้รับเงินอุดหนุนประเภทจ้างครูช่วยสอน ป.. 2 คน และ ป.. 5 คน

ปีการศึกษา 2500 จัดให้นักเรียนชายหญิงขึ้นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย แยกเรียนคนละอาคาร นักเรียนหญิง ให้คณะซิสเตอร์เป็นผู้สอน ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้นให้นักเรียน ชาย หญิง แยกชั้นเรียนกัน

ปีการศึกษา 2501 สร้างอาคารเรียนชั้นมัธยมศึกษาหญิง เป็นอาคารเรียนตึก 3 ชั้น

ปีการศึกษา 2502 ทำเสาธงฐานคอนกรีต เสาแป๊บไว้ที่กลางสนาม เปลี่ยนโต๊ะม้านั่งนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นโต๊ะและม้านั่งเดี่ยว

ปีการศึกษา 2503 มีนักเรียน 850 คน ครู 30 คน ชั้นเรียนมี 26 ห้องเรียน

ปีการศึกษา 2504 ได้รับอนุญาตเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายนักเรียนชาย - หญิง ขอเปิดชั้นป. 5 และ ม..1 แทน ม. 1 และ ม. 4

ปีการศึกษา 2505 จัดงานหิรัญสมโภชบาทหลวงบุญชู ระงับพิษ พร้อมด้วยประชุมศิษย์เก่าเป็นครั้งแรก   ในงานครั้งนี้มีการ แสดงศิลปหัตถกรรมของนักเรียน มีกีฬา ขบวนพาเหรด ประกวดร้านค้าและมีมหรสพหลายอย่าง มีนักเรียน 760 คน ครู 30 คน ได้รับเงินอุดหนุนประเภทครูช่วยสอน 10 อัตรา ป. . 4 ปริญญา 2 ป. กศ. และ ป. 4

ปีการศึกษา 2506 จัดให้มีห้องสมุด ห้องสต๊าฟสัตว์ที่โรงเรียนมัธยมชาย จัดการสอนแก่ครูตามวิชาที่ตนถนัด ในปีนี้ นายเจริญ ยุ่นประยงค์ ขอลาออก นายส้มโอ ทองเหลือง ดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทนมีนักเรียน 880 คน ครู 37 คน

ปีการศึกษา 2507 ศิษย์เก่าของโรงเรียนเข้าแข่งขันฟุตบอลเทศบาล เป็นครั้งแรกมีการชุมนุมศิษย์เก่า รายได้สุทธิ 1,600 บาท มีนักเรียน 747 คน ครู 33 คน ได้รับเงินอุดหนุน 16 อัตรา ปริญญา ป.. 2 คน ป.. 4 คน ป. 6 คน และครู ป. 4 คน

ปีการศึกษา 2508 มีนักเรียน 691 คน 24 ชั้นเรียน ครู 34 คน นายส้มโอ ทองเหลือง ขอลาออก บาทหลวงวาณิช ครุโรวทาท รับหน้าที่แทน มีการปรับปรุงโรงอาหารชาย ส่งฟุตบอลโดยคณะศิษย์เก่าเข้าแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 มีการประชุมศิษย์เก่า 2 ครั้งในปีเดียวกัน

ปีการศึกษา 2509 บาทหลวงวานิช ครุโรวาท ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งครูใหญ่ต้อนรับตำแหน่งเพิ่มเป็นเจ้าของและผู้จัดการแทนบาทหลวงบุญชู ระงับพิษ ซึ่งย้ายไปประจำการที่จันทบุรี มีการสร้างสนามบาสเก็ตบอลที่หน้าโรงเรียนชาย เป็นสนามคอนกรีต ซ่อมกันสาด มีนักเรียน 705 คน 24 ห้องเรียน ครู 36 คน

ปีการศึกษา 2510 ทาสีโรงเรียนมัธยมชาย ปรับปรุงและทาสีห้องส้วมทุกอาคารเรียน เปลี่ยนโต๊ะครูตามห้องเรียนทุกห้อง ห้องพักครู ห้องครูใหญ่ มีการชุมนุมศิษย์เก่ารายได้สุทธิ 1,700 บาท นักเรียน 714 คน 25 ชั้นเรียน ครู 33 คน ได้รับเงินอุดหนุน ประเภทจ้างครูช่วยสอน 16 อัตรา คือวุฒิปริญญา ป.. 1 คน ป.. 3 คน และ ป. 5 คน

ปีการศึกษา 2512 บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าของ บาทหลวงพิพัฒน์ ทนุพันธ์ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ มีการชุมนุมศิษย์เก่าโดย นายดำรัส กู้ชาติเป็นประธานรายได้สุทธิ 1,000 บาท มีนักเรียน 777 คน 25 ห้องเรียน ครู 38 คน ได้รับเงินอุดหนุน ประเภทจ้างสอน 17 อัตรา

ปีการศึกษา 2513 มี 26 ห้องเรียน ครู 43 คน

ปีการศึกษา 2514 มี 22 ห้องเรียน ครู 43 คน นักเรียน 817 คน ด้านการกีฬาโรงเรียนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของอำเภอพานทองเพื่อส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันกีฬาจังหวัด ปีนี้โรงเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในกีฬาพุ่งแหลน คือนางสาววันเพ็ญ ไชยเผือก ส่วนในด้านการเรียนการสอน นายนิกร มนต์วัฒนชัย นักเรียนชั้น ม.. 3 สอบได้เป็นที่ 2 ของจังหวัดชลบุรี มีการมอบรางวัลเรียนดีแก่นักเรียนในปลายปีการศึกษานี้

ปีการศึกษา 2515 มี 26 ห้องเรียน ครู 45 คน นักเรียน 896 คน ได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้นเป็น 18 อัตรา   คิดเป็นจำนวนเงิน 13,850 บาท นักเรียนชั้น ป. 7 สอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของจังหวัดชลบุรี คือเด็กหญิงรัตนาวดี      สุพิพัฒน์มงคล

ปีการศึกษา 2516 มีนักเรียน 872 คน ครู 42 คน มี 26 ห้องเรียน ได้รับเงินอุดหนุน 18 อัตรา ทางโรงเรียนได้ส่งนักกีฬาสมทบกับทางอำเภอ

ปีการศึกษา 2517 มีนักเรียน 868 คน 25 ห้องเรียน ครู 39 คน ได้รับเงินอุดหนุน 18 อัตรา มีการจัดชั้นเรียนเป็นสหศึกษา ทำให้นักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น เพิ่มค่าเล่าเรียนชั้น ม.. เป็นเทอมละ 100 บาท ประถมปลายเทอมละ 70 บาทประถมต้นเท่าเดิมคือ 30 บาท

ปีการศึกษา 2518 มีนักเรียน 819 คน 23 ห้องเรียน ครู 35 คน

ปีการศึกษา 2519 บาทหลวงสมศักดิ์ พรประสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ นายศักดิ์ ทองเหลือง รักษาการแทนครูใหญ่

ปีการศึกษา 2520 บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าของ บาทหลวงปรีชา สกุลอ่อน เป็นผู้จัดการ ซิสเตอร์ฉวีวรรณ เชาวน์ดี เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 814 คน 22 ห้องเรียน ครู 33 คน

ปีการศึกษา 2521 ได้โอนโรงเรียนเป็นของมิสซัง มอบอำนาจให้ บาทหลวงปรีชา สกุลอ่อน เป็นเจ้าของและผู้จัดการ

ปีการศึกษา 2522 มีนักเรียน 779 คน 22 ห้องเรียน ครู 34 คน

ปีการศึกษา 2523 มีนักเรียน 777 คน 22 ห้องเรียน ครู 35 คน ส.. ได้ช่วยเหลือโรงเรียนเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

ปีการศึกษา 2524 มีนักเรียน 730 คน 20 ห้องเรียน ครู 33 คน

ปีการศึกษา 2525 ซิสเตอร์มุกดา วิจิตรวงศ์ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 723 คน 20 ห้องเรียน  ครู 32 คน มีการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน 9 คน มอบของที่ระลึกแก่ครูที่สอนนานตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปจำนวน 7 คน

ปีการศึกษา 2526 มีนักเรียน 700 คน 20 ห้องเรียน ครู 29 คน

ปีการศึกษา 2528 บาทหลวงทนงศักดิ์ สุขวิวัฒน์ เป็นผู้จัดการ ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 635 คน 20 ห้องเรียน ครู 31 คน

ปีการศึกษา 2529 บาทหลวงพงษ์นิรันดร์ นัมคณิสรณ์ เป็นผู้จัดการ ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล        เป็นครูใหญ่ มีการเปิดอาคารเรียนชื่อ ประชาสงเคราะห์

ปีการศึกษา 2530 ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 592 คน ครู 29 คน จำนวนนักเรียนลดลงเนื่องจากจำนวนประชากรลดลง

ปีการศึกษา 2531 ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 571 คน ครู 29 คน

ปีการศึกษา 2532 ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 577 คน ครู 29 คน

ปีการศึกษา 2533 ซิสเตอร์บุญศรี วิสุทธิอุทัยกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 545 คน ครู 29 คน

ปีการศึกษา 2534 ซิสเตอร์สาลี่ ตันติกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 557 คน ครู 31 คน

ปีการศึกษา 2535 ซิสเตอร์สาลี่ ตันติกุล เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 574 คน

ปีการศึกษา 2536 ซิสเตอร์รุ่งทิพย์ พัฒนภิรมย์ เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 557 คน ครู 39 คน 21 ห้องเรียน มีการสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ปัจจุบันใช้เป็นอาคารเรียนของนักเรียนอนุบาล โรงเรียนอนุบาลประชาสงเคราะห์

ปีการศึกษา 2537 บาทหลวงพงษ์นิรันดร์ นัมคณิสรณ์ เป็นผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์ลำยงค์ อุ้นวุ้น เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ มีนักเรียน 501 คน มีการแยกนักเรียนระดับอนุบาลและคุณครูอนุบาลให้สังกัดโรงเรียนอนุบาลประชาสงเคราะห์ เป็นผลให้จำนวนครูและนักเรียนของโรงเรียนประชาสงเคราะห์ลดลง นอกจากนี้ยังมีการจัดงานชุมนุมศิษย์เก่าเพื่อหารายได้เข้ากองทุน ฯ โดยมีนายมานิตย์ เรืองโรจน์สิน เป็นประธาน ได้กำไรสุทธิ 300,000 บาท สส. คณิน บุญสุวรรณ ได้ของบจากรัฐบาลเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ 4 ชุด เป็นเงิน 160,000 บาท

ปีการศึกษา 2538 บาทหลวงชูชาติ ชุณหกิจ เป็นผู้จัดการ และมีบาทหลวงบรรจง ภานุพันธ์ เป็น          ผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์ลำยงค์ อุ้นวุ้น เป็นครูใหญ่

ปีการศึกษา 2539 บาทหลวงชูชาติ ชุณหกิจ เป็นผู้จัดการและมี บาทหลวงบรรจง ภานุพันธ์ เป็น          ผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์ลำยงค์ อุ้นวุ้น เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 448 คน 16 ห้องเรียน ครู 39 คน

ปีการศึกษา 2540 บาทหลวงชูชาติ ชุณหกิจ เป็นผู้จัดการและมีบาทหลวงบรรจง ภานุพันธ์ เป็น           ผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์จำเนียร บุญทัน เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 448 คน 18 ห้องเรียน ครู 26 คน

ปีการศึกษา 2541 บาทหลวงชูชาติ ชุณหกิจ เป็นผู้จัดการ อนุญาต ซิสเตอร์จำเนียร บุญทัน เป็นครูใหญ่   มีนักเรียน 463 คน 18 ห้องเรียน ครู 24 คน

ปีการศึกษา 2542 บาทหลวงชูชาติ ชุณหกิจ เป็นผู้จัดการ และมีบาทหลวงบรรจง ภานุพันธ์ เป็น       ผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์จำเนียร บุญทัน เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 466 คน 18 ห้องเรียน ครู 23 คน ได้มีการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลด้านหลังโรงเรียน

ปีการศึกษา 2543 บาทหลวงบุญสนอง รุ่งเรือง รับตำแหน่งผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก รับตำแหน่งครูใหญ่ มีนักเรียน 454 คน มีการจัดรวมห้องเรียนให้เหลือเพียง 14 ห้อง ครูทำการสอน  ทั้งสิ้น 28 คน มีการเปิดรับสมัครครูใหม่ให้ตรงสายงาน เช่นครูภาษาอังกฤษ ครูบรรณารักษ์ ครูวิทยาศาสตร์และครูคอมพิวเตอร์

ในปีการศึกษานี้ทางมูลนิธิโรงเรียนประชาสงเคราะห์ได้รับเงินสนับสนุนจากคุณภิญโญ ตั๊นวิเศษ        นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในโครงการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง เป็นเงิน 350,00 บาทและซื้อเครื่องตัดสติกเกอร์ 2 เครื่อง เป็นเงิน 50,000 บาท และในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2543 ได้มีการจัดชุมนุมศิษย์เก่า ครั้งที่ 9 ขึ้น ณ บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียน โดยมีคุณชูชัย เจริญงาม เป็นประธานจัดงานร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิฯและศิษย์เก่าได้กำไรทั้งสิ้น 206,467 บาท มีการแบ่งผลกำไรดังนี้

1. โรงเรียนได้รับเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน 50 % คิดเป็นเงิน 103,233 บาท

2. จัดตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือคณะครูปัจจุบัน 30 % คิดเป็นเงิน 61,940 บาท

3. เป็นของมูลนิธิฯ 20 % คิดเป็นเงิน 41,293 บาท

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนได้มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ดังนี้

1. ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์เป็นเงิน 751,000 บาท

2. ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง (ห้องครูใหญ่ 1 เครื่อง ห้องธุรการโรงเรียนประชาสงเคราะห์      1 เครื่อง ห้องผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลประชาสงเคราะห์ 1 เครื่องเป็นเงินทั้งสิ้น 87,300 บาท

3.ซื้อเครื่องพรินเตอร์ (เครื่องพรินเตอร์หัวพ่นตั้งอยู่ที่ห้องครูใหญ่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ 1 เครื่องและพรินเตอร์หัวเข็มตั้งอยู่ที่ห้องผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลประชาสงเคราะห์1เครื่อง) เป็นเงิน 18,800 บาท

4. ปรับปรุงศาลาข้างอาคารเขียว

5. สร้างสนามเปตอง

6. สร้างสนามตะกร้อ

7. ปรับปรุงห้องน้ำชาย หญิง

8. เพิ่มอ่างล้างมือหน้าห้องน้ำ ๓ จุดและจุดบริการน้ำใช้ล้างชำระหลังโรงอาหาร 5 หัวก็อก

9. ปรับปรุงห้องสมุด

10. กั้นห้องเครื่องเขียนกับห้องผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายปกครอง ห้องพยาบาลกับห้องแนะแนว ห้องผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายบริการกับห้องผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายวิชาการ

11. ปรับปรุงและขยายถนนทางเข้า ออกโรงเรียนเพื่อความสะดวกและปลอดภัยสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง

12. สร้างสวนหย่อมขนานกับถนนทางเข้าและหน้าโรงอาหาร

13. ติดตั้งเครื่องดับเพลิงตามจุดต่างๆเพื่อความปลอดภัยด้านอัคคีภัย 5 เครื่อง

14. จัดทำป้ายปรัชญา คำขวัญและคติพจน์ติดตามห้องเรียน อาคารประกอบและโรงอาหาร

15. ได้มีการติดตั้งพัดลมทุกห้องเรียนและห้องประกอบการ โดยทางคณะกรรมการจัดงานศิษย์เก่าเป็นผู้ประสานงานขอสปอนเซอร์จากบรรดาศิษย์เก่ารุ่นพี่ ๆ

ปีการศึกษา 2544 มีบาทหลวงบุญสนอง รุ่งเรือง เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ ซิสเตอร์วันเพ็ญ       ไชยเผือก เป็นครูใหญ่ มีนักเรียน 484 คน ครู 30 คน จัดเป็น 15 ห้องเรียน มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ดังนี้

1. การต่อเติมหลังคาของอาคารเขียวด้านทิศตะวันตก เพื่อใช้เป็นที่เก็บของ

2. การสร้างกำแพงรอบอาคารเรียนตั้งแต่ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก อ้อมหลังโรงเรียนจรดด้านข้างโรงเรียนด้านทิศตะวันตก

3. มีการสร้างที่จอดรถมอเตอร์ไซด์และรถจักรยานสำหรับคณะครูและนักเรียนโดยใช้พื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของโรงอาหาร

4. สร้างที่นั่งรอบต้นไม้หน้าอาคารเรียน

5. ปรับสนามหน้าอาคารเรียนให้เป็นพื้นราบและทำเป็นสนามปูนซีเมนต์

6. ปรับปรุงและขยายร่องน้ำหน้าโรงเรียนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับน้ำท่วมขังบริเวณ

โรงเรียนและสนามฟุตบอล

7. สร้างรั้วหน้าอาคารเรียน ทำให้โรงเรียนมีขอบเขตและปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าเนื้อที่ของ

โรงเรียนจะลดลงเหลือเพียง 7 ไร่ก็ตาม

8. ซื้อชั้นวางของเหล็กไว้ที่โรงอาหารและหน้าห้องสมุดและที่อาคารเขียว

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2544 มีการจัดงานครบรอบ 60 ปี ครบรอบการก่อตั้งโรงเรียน โดยมีบาทหลวงบุญสนอง รุ่งเรือง เป็นประธานจัดงาน มีซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก คุณมานิตย์ เรืองโรจน์สิน และคุณวิพล       รุ้งเพชรอัมพร เป็นรองประธาน คณะกรรมการจัดงาน ได้แก่ คุณทรงศักดิ์ บรรจงกิจ คุณสมบัติ แก่นจันทร์      คุณสาวิตรี วิสุทธิรงค์กุล คุณชลธี ธารทอง คุณทรงยศ มิ่งมณี คุณวีระพันธ์ นพคุณทอง คุณบุศรินทร์ จันทร์ศรีวัฒนะ อาจารย์ทัศนา ทองภักดี คุณฉลวย จันทรสงเคราะห์ คุณแฉล้ม โชติวรรณ อาจารย์ถาวร วงศ์วีระเทพภิบาล คุณชูชัย เจริญงาม คุณนพพร กู้ชาติ กำนันอรวรรณ กิตติคุณสวัสดิ์ กำนันมนู วทานิยานนท์ ผู้ใหญ่วิลาศ สุวินัย ผู้ใหญ่นิรา กู้ชาติ คุณดารุณี แซ่แต้ จ่าทินกร (ตุน) ขมเล็ก ผอ.นพ.สมนึก ดีรัศมี คุณสมยศ พงษ์ศิริพัฒน์ และคุณสุเมธ ขมสนิท ในการจัดงานครั้งนี้โรงเรียนขายโต๊ะได้ 214 โต๊ะ เป็นจำนวนเงิน 482,000 บาท ซึ่งศิษย์เก่าเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าอาหารทั้งหมด โรงเรียนรับภาระเป็นค่าใช้จ่ายช่วงเตรียมงาน 43,767 บาท ค่าชุดนักเรียนที่แสดงบนเวที 4,700 บาท ค่าของขวัญนักแสดงบนเวที 10,397 บาทและค่าอุปกรณ์นิทรรศการ 4,122 บาท นอกจากนี้ยังมีการทำหนังสืออนุสรณ์ 60 ปี

ปีการศึกษา 2545 บาทหลวงบุญสนอง รุ่งเรือง ลาออกจากตำแหน่งผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนประชาสงเคราะห์ บาทหลวงเพิ่มศักดิ์ เสรีรักษ์ เจ้าอาวาสวัดนักบุญฟิลิปและยากอบหัวไผ่รับตำแหน่ง            ผู้รับใบอนุญาตแทน ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ ในปีการศึกษานี้   มีนักเรียน 439 คน แบ่งเป็น 13 ห้องเรียน มีครูทำการสอนทั้งสิ้น 32 คน

ปีการศึกษา 2546 บาทหลวงเพิ่มศักดิ์ เสรีรักษ์ เป็นผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก เป็น         ผู้จัดการและผู้อำนวยการ มีนักเรียน 471 คน 13 ห้องเรียน ครู 32 คน

ปีการศึกษา 2547 บาทหลวงเพิ่มศักดิ์ เสรีรักษ์ เป็นผู้รับใบอนุญาต ซิสเตอร์วันทา สิทธิพล เป็นผู้จัดการและผู้อำนวยการ มีนักเรียน 490 คน 18 ห้องเรียน ครู 31 คน

ปีการศึกษา 2548 บาทหลวงวีระชน นพคุณทอง เป็นผู้รับใบอนุญาต บาทหลวงพงษ์ศักดิ์ แซ่เตียว เป็น    ผู้จัดการ และมีซิสเตอร์บุญเลิศ โยธารักษ์ เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 462 คน 15 ห้องเรียน  ครู 35 คน

ปีการศึกษา 2549 บาทหลวงลือชัย จันทร์โป๊ เป็นผู้ทำการแทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ                   ซิสเตอร์บุญเลิศ โยธารักษ์ เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 434 คน 14 ห้องเรียน ครู 28 คน

ปีการศึกษา 2550 บาทหลวงลือชัย จันทร์โป๊ เป็นผู้ทำการแทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ                   ซิสเตอร์บุญเลิศ โยธารักษ์ เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 434 คน 14 ห้องเรียน ครู 28 คน

ปีการศึกษา 2551 บาทหลวงลือชัย จันทร์โป๊ เป็นผู้ทำการแทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ ซิสเตอร์กัลยา ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ บาทหลวงอันเด ไชยเผือก รองผู้อำนวยการ มีนักเรียน 412 คน 14 ห้องเรียน ครู 27 คน ครูต่างประเทศ 1 คน

ปีการศึกษา 2552 บาทหลวงลือชัย จันทร์โป๊ เป็นผู้ทำการแทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ ซิสเตอร์กัลยา ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ บาทหลวงอันเด ไชยเผือก รองผู้อำนวยการ มีนักเรียน 402 คน 14 ห้องเรียน ครู 25 คน ครูต่างประเทศ 1 คน

ปีการศึกษา 2553 บาทหลวงเศกสม กิจมงคล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงเอนก ธรรมนิต ผู้จัดการ ซิสเตอร์กัลยา ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 419 คน 14 ห้องเรียน ครู 28 คน         ครูต่างประเทศ 1 คน

ปีการศึกษา 2554 บาทหลวงเศกสม กิจมงคล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงเสกสรร สุวิชากร ผู้จัดการ ซิสเตอร์กัลยา ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 405 คน 14 ห้องเรียน ครู 30 คน         ครูต่างประเทศ 1 คน

ปีการศึกษา 2555 บาทหลวงเศกสม กิจมงคล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงนันทพล สุขสำราญ ผู้จัดการ ซิสเตอร์กัลยา ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 467 คน 16 ห้องเรียน ครู 31 คน       ครูต่างประเทศ 1 คน มีการรวมโรงเรียนประชาสงเคราะห์และอนุบาลประชาสงเคราะห์เข้าด้วยกัน

ปีการศึกษา 2556 บาทหลวงเศกสม กิจมงคล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงนันทพล สุขสำราญ ผู้จัดการ ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 446 คน 16 ห้องเรียน ครู 35 คน   ครูต่างประเทศ 1 คน มีการจัดงาน “ 72 ปี คืนสู่เหย้า ชาว ปส.” ในวันที่ 8 มีนาคม 2557 การจัดงานนี้มีการระดมทุนบูรณะห้องคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักเรียนได้มีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

ปีการศึกษา 2557 บาทหลวงเศกสม กิจมงคล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงนันทพล สุขสำราญ ผู้จัดการ ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 458 คน 16 ห้องเรียน ครู 29 คน   ครูต่างประเทศ 1 คน

ปีการศึกษา 2558 บาทหลวงวิเชียร ฉันทพิริยกุล เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และมีบาทหลวงสมภพ แซ่โก ผู้จัดการ ซิสเตอร์ลัดดา เชยบุญ เป็นผู้อำนวยการ มีนักเรียน 442 คน 16 ห้องเรียน ครู 34 คน             ครูต่างประเทศ 1 คน